Services Also Available in Spanish, Portuguese & Thai
EB-5 Visa

โปรแกรมวีซ่านักลงทุน EB-5

ข้อมูลทั่วไป

โปรแกรมวีซ่า EB-5 มีขึ้นเมื่อปี 1990 ภายใต้กฎหมายอิมิเกรชั่นของอเมริกา จัดตั้งโดย U.S. Citizenship and Investment Services (USCIS) สำหรับชาวต่างชาติที่ต้องการมาอาศัยอยู่ในอเมริกาถาวรผ่านการลงทุนในอเมริกา ในแต่ละปีจะมีการออกวีซ่าประเภทนี้ 10,000 วีซ่า โดย 5,000 วีซ่าจะไว้สำหรับชาวต่างชาติที่ลงทุนผ่าน Regional Center

ด้วยวีซ่า EB-5 นักลงทุนจะได้รับกรีนการ์ดสำหรับผู้อยู่อาศัยถาวรในอเมริกา เมื่อผ่านไป 5 ปี นักลงทุนและครอบครัวอาจได้รับสัญชาติอเมริกาหากผ่านเงื่อนไขต่างๆ ในขณะที่วีซ่าประเภทอื่นเช่น L-1 ไม่สามารถเปลี่ยนสถานะเป็นผู้อยู่อาศัยถาวรได้, มีเวลาจำกัด, ต้องต่ออายุ, และต้องยื่นคำร้องเพิ่มเติมให้ USCIS หรือ Department of State

ผู้สมัครต้องแสดงให้เห็นว่าสามารถลงทุนในจำนวนที่กำหนดไว้ได้ ซึ่งต้องใช้อย่างน้อย $1,000,000 หรือ $500,000 สำหรับการลงทุนในโครงการที่กำหนดไว้ ต้องแสดงเอกสารพิสูจน์ว่าได้เงินเหล่านั้นมาอย่างถูกต้องตามกฎหมาย และต้องผ่านคุณสมบัติทั่วไป(สุขภาพ, ประวัติอาชญากรรม) คู่สมรสและบุตรที่ยังเป็นผู้เยาว์ (ต่ำกว่า 21 ปี) ก็สามารถได้รับวีซ่านี้ได้ โดยอายุของบุตรผู้เยาว์นั้นจะดูในวันที่ยื่นสมัคร เช่นหากยื่นสมัครตอนที่บุตรอายุ 20 ปี ก็ไม่จำเป็นต้องกังวลว่าอายุจะเกินในระหว่างดำเนินการขอวีซ่า

กรีนการ์ดสำหรับนักลงทุนและคู่สมรส-บุตรจะมีอายุ 2 ปี ภายใน 2 ปีนี้ต้องมีการยื่นคำร้องให้กับ USCIS เพื่อยืนยันว่ามีการลงทุนเกิดขึ้นจริงและการลงทุนได้สร้างงาน 10 ตำแหน่ง

Regional Center ส่วนมากจะสร้างบีญชี escrow เพื่อเก็บเงินลงทุนไว้จนกว่าวีซ่าจะได้รับการอนุมัติจาก USCIS ในกรณีที่วีซ่าถูกปฏิเสธเงินลงทุนหักค่าใช้จ่ายในการบริหารบัญชีจะถูกคืนให้ผู้สมัคร

ในกรณีที่ผู้สมัครหรือครอบครัวอาศัยอยู่ในอเมริกาด้วยวีซ่าประเภทอื่นอยู่แล้ว ไม่มีความจำเป็นต้องกลับไปขอวีซ่า EB-5 ที่ประเทศตัวเอง ผู้สมัครและครอบครัวสามารถยื่นขอปรับเปลี่ยนสถานะในอเมริกาได้เลย

คุณสมบัติ

วีซ่า EB-5 ไม่มีการกำหนดวุฒิการศึกษาขั้นต่ำ ประสบการณ์การทำงาน และก็ไม่จำเป็นต้องพูดอังกฤษได้ แต่ผู้สมัครและครอบครัวที่ติดตามไปด้วยต้องมีสุขภาพแข็งแรง ไม่มีโรคภัยไข้เจ็บใดๆที่อาจสร้างอันตรายให้กับชุมชนได้

เงินที่ใช้ในการลงทุนผู้สมัครก็ไม่จำเป็นต้องหาเอง เช่นเงินลงทุนอาจเป็นของขวัญจากผู้อื่นก็ได้ ผู้สมัครเพียงแค่แสดงให้ดูว่าเงินนั้นได้มาอย่างถูกต้องตามกฎหมาย และจ่ายภาษี(ถ้ามี)อย่างถูกต้อง อีกตัวอย่างนึงคือการขายอสังหาริมทรัพย์เพื่อสมทบทุน กรณีส่วนมากที่วีซ่า EB-5 ถูกปฏิเสธนั้นมาจากการที่ผู้สมัครไม่สามารถแสดงให้เห็นได้ว่าเงินลงทุนนั้นได้มาอย่างถูกต้องตามกฎหมาย

แม้ผู้สมัครจะเคยถูกปฏิเสธการออกวีซ่าไปอเมริกามาก่อนก็ยังสามารถยื่นขอวีซ่า EB-5 ได้

พลเมืองของทุกประเทศยกเว้นประเทศที่อเมริกาไม่มีความสัมพันธ์ทางการฑูตด้วยสามารถสมัครขอวีซ่า EB-5 ได้ ตราบใดที่สามารถออกจากประเทศของตัวเองได้และมีเงินลงทุนมากพอ ซึ่งนักกฎหมายอิมิเกรชั่นสามารถช่วยผู้สมัครในการดำเนินการขอวีซ่า EB-5 นี้ได้

ผู้สมัครและครอบครัวที่ติดตามไปด้วยต้องมีคุณสมบัติครบถ้วนตามที่กฎหมายอิมิเกรชั่นของอเมริการะบุไว้ วีซ่า EB-5 ถึงจะได้รับการอนุมัติ

Regional Center

Regional Center คือหน่วยงานส่งเสริมเศรษฐกิจและการลงทุนในภูมิภาคหนึ่งเพื่อให้เกิดการเติบโตในภูมิภาคนั้นๆ โดยภูมิภาคนั้นจะเป็นเขตชนบท, มีประชากรไม่เกิน 20,000 คน, หรือมีอัตราการว่างงานมากกว่าอัตราการว่างงานเฉลี่ยของประเทศ 1.5 เท่า

Regional Center จะช่วยส่งเสริมการส่งออก, เพิ่มการผลิตสินค้าในภูมิภาค, สร้างงาน, และช่วยส่งเสริมการลงทุนในภูมิภาค ซึ่งจะถูกกำหนดโดย USCIS

ประโยชน์ของการลงทุนใน Regional Center

  • การลงทุนในโครงการที่ได้รับการอนุมัติและผ่านเงื่อนไขของวีซ่า EB-5 นั้น นักลงทุนไม่จำเป็นต้องเสนอแผนงานเพื่อให้ USCIS รับรอง
  • การลงทุนใน Regional Center นั้นผ่านเงื่อนไขการสร้างงานง่ายกว่าการลงทุนที่อื่น ซึ่งเงื่อนไขการสร้างงานต้องผ่านภายใน 2 ปี การลงทุนใน Regional Center นั้นจะนับรวมทั้งงานที่เกิดขึ้นจากการลงทุนโดยตรง(เช่น จ้างพนักงานก่อสร้าง) และโดยอ้อม (เช่น ผู้จัดหาวัตถุดิบในการก่อสร้าง)
  • นักลงทุนไม่จำเป็นต้องมีส่วนร่วมในการบริหารงานแบบวันต่อวัน
  • จำนวนขั้นต่ำของการลงทุนใน Regional Center คือ $500,000 ซึ่งน้อยกว่าน้อยกว่าการลงทุนในการขอวีซ่า EB-5 ครึ่งนึง ($1,000,000)
  • นักลงทุนมีโอกาสในการทำงานร่วมกับนักลงทุนคนอื่น
  • นักลงทุนสามารถอยู่ที่ไหนในอเมริกาก็ได้ ไม่จำเป็นต้องอยู่ในสถานที่ที่มีการลงทุน

ตามกฎหมายแล้ว การลงทุนใน Regional Center เองก็มีความเสี่ยงที่ว่าไม่สามารถการันตีกำไรหรือคืนเงินต้นทุนให้แก่นักลงทุนได้